แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ภูมิพลอดุลยเดชมหาราชา แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ภูมิพลอดุลยเดชมหาราชา แสดงบทความทั้งหมด

วันศุกร์ที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2554

เดินตามรอยเท้าพ่อ The Footsep of My Father



“ ฉันเดินตามรอยเท้าอันรวดเร็วของพ่อโดยไม่หยุด
ผ่านเข้าไปในป่าใหญ่ น่ากลัว ทึบ แผ่ไปโดยไม่มีที่สิ้นสุด มืดและกว้าง มีต้นไม้ใหญ่เหมือนหอคอยที่แข้มแข็ง

พ่อจ๋า… ลูกหิวจะตายอยู่แล้วและเหนื่อยด้วย
ดูซิจ๊ะ… เลือดไหลออกมาจากเท้าทั้งสองที่บาดเจ็บของลูก ลูกกลัวงู เสือ และหมาป่า
พ่อจ๋า… เราจะถึงจุดหมายปลายทางไหม?

ลูกเอ๋ย… ในโลกนี้ไม่มีที่ไหนดอกที่มีความรื่นรมย์ และความสบายสำหรับเจ้า ทางของเรามิได้ปูด้วยดอกไม้สวยสวย
จงไปเถิด แม้ว่ามันจะเป็นสิ่งที่บีบคั้นหัวใจเจ้า พ่อเห็นแล้วว่า หนามตำเนื้ออ่อนอ่อนของเจ้า เลือดของเจ้า เปรียบดั่งทับทิมบนใบหญ้าใกล้น้ำ น้ำตาของเจ้าที่ไหลต้องพุ่มไม้สีเขียว เปรียบดั่งเพชรบนมรกตที่แสดงความงดงามเต็มที่

เพื่อมนุษยชาติ จงอย่าละความกล้า เมื่อเผชิญกับความทุกข์ให้อดทนและสุขุม
และจงมีความสุขที่ได้ยึดอุดมการณ์ที่มีค่า ไปเถิด… ถ้าเจ้าต้องการเดินตามรอยเท้าพ่อ.”

๒๕๑๙
บทพระราชนิพนธ์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชสุดา
 ทรงมีพระชนมายุครบ 4 รอบพระชันษา
 
 “ Through the dark jungle, very dense,
Which stretches out interminably , somber and immense…
I follow without stopping the footstep of my Father.
Oh Father, I am dying of hunger and I am tired.
Look! The blood is running from my two wounded feet…
Father! Will we arrive at our destination?
-Child!… On the earth there exists no place
Full of pleasure and comfort for you.
Our road is not covered with pretty flowers.
Go! Always,even if it breaks your heart.
I see the thornes prick your tender skin.
Your blood: rubies on the grass, near the water.
On the green shruberry, your tears dropped.
Diamonds on emerald, show their beauty.
For all the human race does not lose its courage
In the face of pain. Be tenacious and wise.
And be happy to have and ideal so dear.
Go! If you want to walk in the Footstep of your Father.”

นิตยสาร National geographic ประจำเดือนตุลาคม ค.ศ.1982



โลกนี้มีทั้งผู้เข้มแข็ง ผู้อ่อนแอ ผู้สามารถดำรงอยู่ได้ด้วยตนเอง
   ในเส้นทางการเดินทาง อาจมีทั้งสิ่งที่ทำถูกและทำพลาด.. .
แต่เหนือสิ่งอื่นใด.. . ฉันปรารถนาให้สังคมนั้นน่าอยู่  
ขอเป็นเพียงธุรีเล็กๆ ที่ได้ทำประโยชน์คืนกลับสู่สังคมบ้างก็พอ.. .
 
แม้ไม่อาจเทียบหนึ่งในล้าน ลูกขอตั้งปณิธานสานสิ่งที่พ่อสร้างไว้
จะขอเดินตามรอยเท้าพ่อไป เหนื่อยยากเพียงไหน ไม่ทำให้พ่อผิดหวัง…
 
เพลงจากบทพระราชนิพนธ์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี "เดินตาม  

 
 http://www.love4home.com/index.php?lay=show&ac=article&Id=113138&Ntype=4

วันเสาร์ที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2554

King of King พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในทรรศนะของชาวต่างประเทศ

 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในทรรศนะของชาวต่างประเทศ





 
เดวิด โมห์เซนี่ -นิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา
“กษัตริย์ของประเทศไทย เป็นพระประมุขพระองค์เดียวที่ยังคงสามารถรักษาอำนาจอธิปไตยของประเทศของพระองค์ไว้ได้ ซึ่งถือเป็นสิ่งพิเศษมากสำหรับประเทศไทย นอกเหนือจากข้อเท็จจริงที่ว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงครองราชบัลลังก์อยู่ยาวนานกว่าพระมหากษัตริย์ พระองค์ใดเท่าที่มีบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์ของมวลมนุษยชาติ ดูเหมือนว่าคนไทยมีเหตุผลดีพอที่จะรักพระองค์อย่างไม่จางหาย… “

แอนดี้ แคนฟีลด์ ร้อยเอ็ด
“ผมใช้ชีวิตอยู่ในประเทศไทย และผมจะสวมเสื้อเหลืองในวันนี้ (9 มิถุนายน 2549) พระมหากษัตริย์ไทยของเราเป็นบุคคลอัศจรรย์ เป็นนักบุญ สามารถเทียบเคียงได้กับองค์ทะไลลามะ หรือองค์พระสันตะปาปา พระองค์ทรงพระราชทานแรงบันดาลใจทุกอย่างให้กับเรา แม้กระทั่งกับผู้ ซึ่งเป็นเช่นเดียวกับผม ที่ถือกำเนิดในดินแดนอื่น แต่มาใช้ชีวิตอยู่ที่นี้ “

เดวิด-ยอร์ก สหราชอาณาจักร
“ควรตั้งข้อสังเกตไว้ด้วยว่า ในขณะที่คนไทยนั้นให้ความเคารพในสถาบันพระมหากษัตริย์อย่างสูงสุด แต่กลับเป็นบุคลิกภาพ และการอุทิศพระองค์ โดยปราศจากเงื่อนไขขององค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระมหากษัตริย์องค์ปัจจุบันที่กอรปกันขึ้นเป็นรากฐานของความชื่นชมเคารพ ยกย่องในพระองค์อย่างลึกซึ้ง และใหญ่หลวงอย่างที่พระองค์สมควรได้รับ”

สตีฟ-ลอนดอน สหราชอาณาจักร
“ผมใช้ชีวิตอยู่ในกรุงเทพฯมาเป็นเวลา 4 ปี และผมคงจำเป็นต้องบอกว่า การแสดงออกถึงความเคารพ และเทิดทูนที่คนไทยมีต่อองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระมหากษัตริย์ไทยนั้น เป็นบางสิ่งบางอย่างที่ประชาชนสหราชอาณาจักรควรเรียนรู้จากพวกเขาให้มากเข้า ไว้”

โธมัส บราวน์-ว็อกซอลล์ ลอนดอน สหราชอาณาจักร
“พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงดำรงพระองค์อย่างชนิดที่ควรค่าอย่างยิ่งต่อการได้รับความเคารพรักจากปวง ชนชาวไทย พระองค์ทรงเป็นศูนย์รวมที่คนไทยทุกคนสามารถพึ่งพิงได้ ไม่ว่าจะมีความแตกต่างระหว่างกันเองมากมาย แค่ไหนก็ตาม ซึ่งไม่มีใครอื่นสามารถทำได้เช่นนี้ … ผมคิดว่าพระมหากษัตริย์ไทยทรงแสดงบทบาทในแง่ของการให้ความคุ้มครอง และยึดถือรัฐธรรมนูญ ไม่ใช่ผู้ที่ปฏิเสธเสรีภาพ ผมอยากให้ทหารของเราต่อสู้ เพื่อพระราชาหรือพระราชินี และประเทศชาติ แทนที่จะเป็นรัฐสภา และรัฐบาล”
 
 Top of FormDarryl N. Johnson จาก LATIMES สหรัฐอเมริกา
ที่ได้กล่าวว่าพระบาท สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชฯ ทรงมีบทบาทในการปกครองประเทศ อันที่จริงแลัวพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมิทรงใช้อำนาจในการปกครองและมิทรง เลือกข้างทางการเมือง เฉกเช่นเดียวกับสมเด็จพระราชินีอังกฤษและสมเด็จพระจักรพรรดิแห่งญี่ปุ่น พระราชอำนาจของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเป็นเพียงสัญญลักษณ์และมีหลักธร รมาภิบาล มิได้เป็นอำนาจเพื่อการเมืองการปกครอง แม้ในครั้งที่พระองค์ทรงเข้าแทรกแซงในการเผชิญหน้าทางการเมือง ดังเช่นที่เกิดขึ้นในปี พ.ศ. 2535 ก็ ทรงทำเพื่อมิให้เกิดการนองเลือดและเพื่อให้เกิดการรอมชอมและความสมัครสมาน สามัคคีของคนในประเทศ แต่มิได้ทรงมีพระบรมราชโองการว่าให้ดำเนินนโยบายอย่างไรหรือผู้ใดควรเป็นผู้ ปกครองประเทศ
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเป็นพระมหากษัตริย์ที่ทรงครองราชย์ยาวนานที่สุด ในโลกที่มีพระชนม์ชีพในปัจจุบันและยาวนานที่สุดในโลกทั้งหมด จากการครองราชย์ยาวนานกว่า 62 ปี พระองค์ทรงได้รับความชื่นชมและความจงรักภักดีจากพสกนิกรของพระองค์ในแบบ อย่างที่ชาวตะวันตกยากจะอธิบายได้ พระองค์ทรงมีบทบาทเฉพาะในสังคมไทยในอันที่ทรงดำรงตนเป็นแบบอย่างแก่ประชาชน ทั้งประเทศ ทั้งในฐานะที่ทรงเป็นประมุขแห่งรัฐ เป็นลุงผู้อารีผู้ส่งเสริมให้กำลังใจประชาชนทั้งในยามสุขและในยามทุกข์ยาก เป็นผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ และเป็นผู้นำทางจิตใจในการประกอบพิธีกรรมทางศาสนา

Anthony Bailey จาก The Guardian สหราชอาณาจักร
ผู้ที่เคยไปประเทศไทยมาแล้วจะรู้ว่าประเทศไทยมีมากกว่าชายหาดและหมู่บ้านชาวเขา ที่ งดงาม แต่ถึงกระนั้นดูเหมือนว่ามุมมองของนักวิจารณ์ชาวตะวันตกบางคนจะได้รับ อิทธิพลจากภาพยนตร์เพลง The King and I ของผู้สร้าง Rodgers และ Hammerstein และ ความสับสนทางการเมืองในประเทศไทยในช่วงสองปีหลังนี้ดูราวกับเป็นสงคราม กลางเมืองอังกฤษในแบบที่เกิดขึ้นในโลกตะวันออก ซึ่งสงครามกลางเมืองอังกฤษนั้นเป็นการสู้รบระหว่างกลุ่มผู้สนับสนุน Oliver Cromwell (Roundheads หรือ Parliamentarians) และกลุ่มผู้สนับสนุนพระเจ้าชาร์ล ที่ 1 แห่งอังกฤษ (Cavaliers หรือ Royalists) ที่กล่าวมาทั้งหมดนี้มิได้ใกล้เคียงความเป็นจริงเลย
ในทางตรงกันข้าม ในขณะที่บรรดานักการเมืองยังคงขัดแย้งกันและเหล่าผู้ชุมนุมประท้วงออกมายัง ท้องถนน ประชาชนไทยไม่ว่าอยู่ทางทิศใด ไม่ว่ามีความเกี่ยวข้องทางการเมืองฝ่ายใด ได้มองหาการแนะทางออกจากพระมหากษัตริย์ของพวกเขา พระมหากษัตริย์ผู้ทรงครองราชย์ยาวนานที่สุดในโลก ประชาชนชาวไทยมีความจงรักภักดีและศรัทธาในองค์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหา ภูมิพลอดุลยเดช เป็นอย่างมาก มากจนหลายคนได้หวังว่าพระองค์จะทรงเข้ามาแทรกแซงเพื่อให้บ้านเมืองได้กลับ เข้าสู่ความเป็นระเบียบเรียบร้อย แต่ราชวงศ์ตระหนักว่าการเข้าแทรกแซงหรือไม่เข้าแทรกแซงของพระองค์ย่อมถูก วิพากษ์วิจารณ์โดยเหล่าผู้เชี่ยวชาญชาวตะวันตก และราชวงศ์ก็ตระหนักเช่นกันว่าเหตุผลเบื้องหลังของการครองราชย์อันยาวนาน นั้นก็มาจากการใช้ดุลยพินิจด้วยความรอบคอบและการนำตนเองให้แยกออกจากการ เมืองที่เต็มไปด้วยความเลวร้าย
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงได้รับความชื่นชมในการวางพระองค์ตามกฎหมายรัฐ ธรรมนูญ พระองค์ทรงไม่ตอบรับต่อเสียงเรียกร้องจากผู้ที่อ้างว่ากระทำไปเพื่อพระองค์ และทรงวางพระองค์ออกห่างจากเรื่องดังกล่าว และในขณะนี้ที่สถานการณ์ทางการเมืองเริ่มจะดีขึ้นและรัฐบาลใหม่ได้มีการจัด ตั้ง การวางพระองค์ตัดสินพระทัยในการทำหรือไม่ทำสิ่งใดๆ ก็ได้รับการพิสูจน์แล้วว่าเป็นสิ่งที่ถูกต้องและเหมาะสม

 โชคดีแค่ไหนที่เรามีในหลวง ขอพระองค์ทรงพระเจริญ

" Long Live The Great King Bhumibol Adulyadej "
“ทรงพระเจริญยิ่งยืนนานองค์ภูมิพลอดุลยเดชมหาราชา


 ขอบคุณแหล่งข้อมูล
http://www.oknation.net/blog/print.php?id=561069


พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในทรรศนะของชาวต่างประเทศ (บางตอน)

 King of King พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในทรรศนะของชาวต่างประเทศ
วันพฤหัส 14 พฤษภาคม 2552 11:20

พระบรมฉายาลักษณ์ของกษัตริย์ทั่วโลก เนื่องในวโรกาสงานฉลองสิริราชสมบัติครบ ๖๐ ปี พ.ศ. ๒๕๔๙ 
นับได้ว่าในหลวงทรงเป็นพระมหากษัตริย์ที่มีพระชนมชีพอยู่ ผู้ครองราชยสมบัติยาวนานที่สุดในโลก 
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงเป็นยอดแห่งผู้อดทน อดกลั้น ในการประกอบพระราชกรณียกิจนั้นย่อมมีทั้งร้อนทั้งหนาวยาวนานและน่าเหนื่อยหนัก ดูเอาจากการพระราชทานปริญญาบัตรเถิด แม้แต่ที่ต้องทรงอดกลั้นด้วยขันติบารมีในคำจ้วงจาบหรือระคายเคืองเบื้องพระยุคลบาทอีกไม่รู้เท่าไร อย่าลืมว่า พระชนมพรรษา ๘๓ แล้ว ทรงงานมา ๖๔ ปีแล้ว
 
 
สุลต่านบรูไนที่เป็นผู้แทนกษัตริย์ ๒๕ ประเทศ ถวายพระพรในคราวฉลองการครองราชย์สมบัติครบ ๖๐ ปี เมื่อ พ.ศ. ๒๕๔๙ เคยทูลว่า การครองราชย์นานถึง ๖๐ ปีเป็นเพียงตัวเลข สำคัญอยู่ที่ว่า ๖๐ ปีนั้นได้ทำอะไร

“เป็นที่ประจักษ์แล้วว่า ฝ่าพระบาททรงทำทุกอย่างตลอด ๖๐ ปี ให้เป็นประโยชน์ต่อชาวไทย ชาวเอเซีย และชาวโลก วาระนี้จึงทรงเป็นความภาคภูมิใจของบรรดาพระราชามหากษัตริย์ทั้งปวงโดยทั่วกัน”


เจ้าชายจิกมี กษัตริย์หนุ่มแห่งภูฏาน ตรัสว่า “กษัตริย์ของท่านเป็นแบบอย่างของข้าพเจ้าในการจะครองราชย์ให้คนรัก”


พระบรมฉายาลักษณ์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ
สมเด็จพระราชาธิบดีจิกมี เคเซอร์ นัมเกล วังชุก กษัตริย์แห่งภูฏานและสมเด็จพระราชาธิบดีจิกมี ซิงเย วังชุก พระบรมราชชนก


" Long Live The Great King Bhumibol Adulyadej "
“ทรงพระเจริญยิ่งยืนนานองค์ภูมิพลอดุลยเดชมหาราชา"

วันอาทิตย์ที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2554

พระราชดำรัสของในหลวง...(บางตอน)



ผู้ที่จะรักษาความเป็นไทยได้มั่นคงที่สุด ดี และเหมาะสมที่สุด ไม่มีใครอื่นนอกจากคนไทย เพราะฉะนั้น ไม่ว่าจะอยู่ ณ แห่งใด คนไทยมีหน้าที่ต้องรักษาความเป็นไทย เสมอ
พระบรมราโชวาท พระราชทานแก่สมาคมนักเรียนไทยในประเทศญี่ปุ่น 27 ก.พ. 2537


พระราชกรณียกิจด้านความสัมพันธ์กับต่างประเทศ

โดยที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเป็นประมุขของประเทศ ได้เสด็จพระราชดำเนินเยือนประเทศต่างๆ หลายประเทศ ทั้งในทวีปเอเชีย ทวีปยุโรป และทวีปอเมริกาเหนือ เพื่อเป็นการเจริญทางพระราชไมตรีระหว่างประเทศไทย

วันที่ ๒๓ มิถุนายน ๒๕๐๓
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินพร้อมสมเด็จพระนางเจ้าฯ บรมราชินีนาถ ไปเสวยพระกระยาหารกลางวัน จัดถวายเป็นพระเกียรติโดย The Motion Picture Association of America, Los Angeles หลังจากนั้น พระองค์ทรงมีพระราชดำรัสแก่ผู้เข้าเฝ้าทั้งหลาย ดังนี้
 Ladies and Gentlemen,
Allow me to say that this is a very happy day indeed for us, for we are walking upon the clouds and rubbing shoulders with stars. The stars beam their lights all over the universe, and most of our Thai people are great filmgoers and follow the careers of their favourite stars with the keenest interest. I may say a little regretfully that many youthful “fans” sometimes know more about the film stars than they do about their subjects at school.
Today we have come very near to the intricacies of film production and have met with the other importants which also play a vital role in making Hollywood what it is. Hollywood is a name that conjures up in the mind of the greatest number of people many things--- beauty, adventure, magic, mystery. In many cases it also conjures up the image of America and the character of the American people. Hence, the treatment and the presentation of the subject in the film being produced are of the greatest importance. Your responsibility is great and I think you are well aware of it.
The film is one of the most powerful mass media of today. It can play a most potent part in bringing about international understanding. I would like now to confide in something just between the King and you. It’s about “The King and I”. Although this film was produced with the best of intentions and acted brought about a serious incident between our two countries. The Thai people have always shown a great reverence to their kings and take it badly if one of their kings is depicted in a comedy. Having seen the film myself, I personally regard it as very entertaining and magnificent, and might have recommended it, had I now known the true historical facts and the sentiments of my people. The film, however, has done considerable service to my country. It has been a great piece of public relations for us. I would like to thank you now for inviting us to visit one of your most famous studios and for the kind reception and lucheon arranged for us.
I now ask you to rise and drink to the continued success and prospertiy of His Excellency the President of the United States, to the American people and to the Paramount Pictures Studio.

ท่านสุภาพสตรีและสุภาพบุรุษทั้งหลาย
อาจกล่าวได้ว่า วันนี้เป็นวันที่ข้าพเจ้าและพระราชินีมีความยินดีเป็นอันมาก ที่ได้ย่างกรายมาอยู่ในหมู่เมฆ กระทบไหล่ของเหล่าบรรดาดาราทั้งหลาย ดาราที่ส่องแสงจรัสเจิดจ้าไปทั่วจักรวาล ประชาชนชาวไทยส่วนใหญ่ชอบชมภาพยนตร์ และก็ติดตามผลงานการแสดงของดาราที่ตนชื่นชอบด้วยความใส่ใจเป็นอย่างยิ่ง อาจเป็นที่ผิดหวังเล็กน้อย ที่ผู้ชื่นชมดาราในกลุ่มเยาวชน จะมีความรอบรู้เรื่องดาราภาพยนตร์มากกว่าวิชาการในโรงเรียนของตน
ปัจจุบัน เป็นยุคการผลิตภาพยนตร์ที่มีความละเอียดซับซ้อน ทำให้บทบาทของ Holly Wood สำคัญอย่างเด่นชัด ชื่อ Holly Wood นั้นรังสรรค์ ให้เห็นภาพต่างๆ ในใจของ บุคคลที่มีชื่อเสียงมากมาย อาทิ ความงาม การตื่นเต้นผจญภัย เวทย์มนต์ และ ความลึกลับ ในหลายๆกรณี ยังสะท้อนให้เห็นภาพลักษณ์ของประเทศอเมริกา และ คุณลักษณะของชนอเมริกัน ดังนั้นกระบวนการสร้างภาพยนตร์ และการนำเสนอเรื่องราวในภาพยนตร์นั้นจึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง ความรับผิดชอบของท่านในเรื่องนี้จึงสำคัญยิ่ง และ หวังว่าท่านคงได้ตระหนักในเรื่องนี้เป็นอย่างดี ปัจจุบันภาพยนตร์เป็นสื่อหนึ่งที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง ช่วยสร้างความเข้าใจในระดับนานาชาติ
ณ โอกาสนี้จะขอถือโอกาสเผยความในใจอันเป็นเรื่องเฉพาะระหว่าง “พระเจ้าแผ่นดิน กับ ทุกท่าน” ในเรื่องทีเกี่ยวกับภาพยนตร์ ที่ชื่อว่า “ พระเจ้าแผ่นดิน กับ ฉัน” (The King and I) แม้ว่าภาพยนตร์เรื่องนี้จะผลิตขึ้นมาด้วยความตั้งใจดีอย่างที่สุด แต่การแสดงออกมาก็ก่อให้เกิดประเด็นขึ้นในระหว่างประเทศของเราทั้งสอง ประชาชนชาวไทยจักแสดงความเคารพต่อพระมหากษัตริย์ของเขาเสมอ และยอมไม่ได้ถ้าที่จะเห็นการนำเสนอภาพลักษณ์ของพระมหากษัตริย์พระองค์ใดพระองค์หนึ่งในเชิงที่ชวนหัว หลังจากที่ข้าพเจ้าได้ชมภาพยนตร์นี้แล้ว ส่วนตัวข้าพเจ้าเห็นว่าเป็นภาพยนตร์ที่ สนุกสนาน ตระการตา และคงจะได้แนะนำให้ผู้อื่นได้รับชม ถ้าข้าพเจ้าจะมีความรู้จริงในหลักฐานทางประวัติศาสตร์ และเข้าใจในความรู้สึกประชาชนไทยอย่างถ่องแท้ อย่างไรก็ตาม ภาพยนตร์เรื่องนี้ ได้ก่อให้เกิดผลดีต่อประเทศของข้าพเจ้ามากมาย เพราะเป็นผลงานทางด้านการประชาสัมพันธ์ ให้แก่ประเทศไทย ขอขอบใจที่ท่านได้เชิญข้าพเจ้าและพระราชินีมาเยี่ยมชมโรงถ่ายทำภาพยนตร์ทีดีเยี่ยม ณ ที่นี้ พร้อมทั้งให้การต้อนรับและ จัดอาหารกลางวันเลี้ยงรับรอง ได้เวลาอันสมควรแล้ว ขอเชิญทุกท่านร่วมกันดื่มเพื่ออวยพร เพื่อความสำเร็จ และ ความเจริญรุ่งเรืองแก่ ประธานาธิบดีแห่งสหรัฐอเมริกา และ ประชาชนชาวอเมริกัน และ แด่โรงถ่ายทำภาพยนตร์ Paramount Pictures Studio

ขอเดชะฝ่าละอองธุลีพระบาทปกเกล้าปกกระหม่อม ข้าพระพุทธเจ้า ขอรับพระราชทานบรมราชานุญาต แปล พระราชดำรัสของพระองค์ จากฉบับภาษาอังกฤษ มาเป็นภาษาไทย เพื่อให้เพื่อนใน Facebook ได้อ่านกัน เพื่อประโยชน์ในการเข้าใจและระลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่านในการทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจต่างๆ เพื่อประโยชน์ต่อประเทศไทย และ พสกนิกรของพระองค์ ควรมิควรแล้วแต่จะโปรด ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะ

บทความแปลนำมาจากอินเตอร์เน็ต

" Long Live The Great King Bhumibol Adulyadej "
“ทรงพระเจริญยิ่งยืนนานองค์ภูมิพลอดุลยเดชมหาราช”

วันพฤหัสบดีที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2554

พระบรมราโชวาท และพระราชดำรัสของในหลวง



พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวครองราชย์มากว่า 64 ปี
ตั้งแต่ทรงครองราชย์ จากอดีตจนถึงปัจจุบันนั้น ในหลวงของพวกเรา ทรงมีพระบรมราโชวาทและพระราชดำรัสกับปวงชนชาวไทย นานับประการ ในการให้ทุกคนได้ประพฤติปฏิบัติตนเป็นคนดีของสังคมและทรงเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับพวกเราในทุกๆ ด้าน
ซึ่งหากเราใส่ใจและสนใจนำพระราชดำรัสมาปฏิบัติ ในชีวิตประจำวันของพวกเราทั้งด้านความคิด ด้านการงาน ครอบครัว และการใช้ชีวิตแล้ว ล่ะก้อ เชื่อแน่ว่าจะทำให้ชีวิตของเราดีขึ้นอย่างแน่นอน
พระราชดำรัสของพระองค์ที่มอบให้แก่พวกเราชาวไทย ในหลากหลายเรื่องนั้น ล้วนแล้วแต่มีคติสอนใจที่อยากให้ทุกคนนำมาประพฤติปฏิบัติเพื่อความสุข ความสำเร็จ และความเจริญของเราเปรียบเสมือนเป็นคำสอนของพ่อที่ยิ่งใหญ่และมีคุณค่า พระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่พระองค์ได้ให้พระบรมราโชวาทในโอกาสต่างๆ
ซึ่งเกี่ยวกับการปฏิบัติตนเป็นคนดีและการใช้ชีวิตในสังคม เชื่อว่าหลายๆพระบรมราโชวาทที่พระองค์มอบให้นั้น พวกเราคงเคยได้ยินกันบ่อยๆ แต่จะมีใครรู้ไหมว่าพระบรมราโชวาทนั้น เกิดขึ้นที่ไหน และเมื่อใด

 พระราชดํารัสคุณธรรม 4  ประการ
พระราชดํารัส “…คุณธรรมซึ่งเป็นที่ตั้งของความรักความสามัคคี ที่ทําให้คนไทยเราสามารถร่วมมือร่วมใจกันรักษาและพัฒนาชาติบ้านเมืองให้ เจริญรุ่งเรืองสืบต่อกันมาได้ตลอดรอดฝั่ง

ประการแรก คือ การที่ทุกคนคิด พูด ทํา ด้วยความเมตตามุ่งดี มุ่งเจริญต่อกัน
ประการที่สอง คือ การที่แต่ละคนต่างช่วยเหลือเกื้อกูลกันประสานงาน ประสานประโยชน์กัน  ให้งานที่ทําสําเร็จผล ทั้งแก่ตน แก่ผู้อื่นและแก่ประเทศชาติ
ประการที่สาม คือ การที่ ทุกคนประพฤติปฏิบัติตนอยู่ในความสุจริต ในกฎกติกาและในระเบียบแบบแผนโดยเท่าเทียมเสมอกัน
ประการที่สี่ คือ การที่ต่างคนต่างพยายาม ทําความคิดความเห็นของตนให้ถูกต้องเที่ยงตรงและมั่นคงอยู่ในเหตุในผลหากความ คิดจิตใจและการประพฤติปฏิบัติที่ลงรอยเดียวกันในทางที่ดีที่เจริญนี้ ยังมีพร้อมมูลอยู่ในกาย ในใจคนไทย ก็มั่นใจได้ว่าประเทศชาติไทยจะดํารงมั่นคงอยู่ตลอดไปได้….”
พระราชดํารัสในการเสด็จออกมหาสมาคมในงานพระราชพิธีฉลองสิริราชสมบัติครบ ๖๐ ปีณ พระที่นั่งอนันตสมาคม  วันศุกร์ที่ ๙ มิถุนายน ๒๕๔๙ที่มา : http://www.prc.ac.th/PRNEWS/DetailNews.asp?GID=42

คนดี
ในบ้านเมืองนั้น มีทั้งคนดี และคนไม่ดี ไม่มีใครที่จะทำให้ทุกคนเป็นคนดีได้ทั้งหมด การทำให้บ้านเมืองมีความปกติสุขเรียบร้อย จึงมิใช่การทำให้ทุกคนเป็นคนดี หากแต่อยู่ที่การส่งเสริมคนดี ให้คนดีปกครองบ้านเมืองและควบคุมคนไม่ดี ไม่ให้มีอำนาจ ไม่ให้ก่อความเดือดร้อนวุ่นวายได้
พระบรมราโชวาทในพิธีเปิดงานชุมนุมลูกเสือแห่งชาติค่ายลูกเสือวชิราวุธ จังหวัดชลบุรี 11 ธันวาคม 2512

อนาคตทำนายได้
ทุกสิ่งทุกอย่าง ที่เกิดที่เป็นอยู่แก่เราในวันนี้ ย่อมมีต้นเรื่องมาก่อน ต้นเรื่องนั้นคือ เหตุ สิ่งที่ได้รับคือ ผล และผลที่ท่านมีความรู้อยู่ขณะนี้ จะเป็นเหตุให้เกิดผลอย่างอื่นต่อไปอีก คือ ทำให้สามารถใช้ความรู้ที่มีอยู่ทำงานที่ต้องการได้แล้วการทำงานของท่าน ก็จะเป็นเหตุให้เกิดผลอื่น ๆ ต่อเนื่องกันไปอีก ไม่หยุดยั้ง ดังนั้นที่พูดกันว่า ให้พิจารณาเหตุผลให้ดีนั้น กล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือ ให้พิจารณาการกระทำหรือกรรมของตนให้ดีนั่นเอง คนเราโดยมากมักนึกว่า อนาคตจะเป็นอย่างไรเราทราบไม่ได้ แต่ที่จริงเราย่อมจะทราบได้บ้างเหมือนกัน เพราอนาคต ก็คือ ผลของการกระทำในปัจจุบัน
พระบรมราโชวาทในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 8 กรกฎาคม 2519

คุณธรรมของคน
ประการแรก คือ ความซื่อสัตย์
ประการที่สอง คือ การรู้จักข่มใจฝึกใจตนเองให้ประพฤติปฏิบัติอยู่ในความสัตย์ความดีนั้น
ประการที่สาม คือ การอดทน อดกลั้น และอดออมที่จะไม่ประพฤติล่วงความสัตย์สุจริต
ประการที่สี่ คือ การรู้จักละวางความชั่ว ความทุจริตและรู้จักสละประโยชน์ส่วนน้อยของตน เพื่อประโยชน์ส่วนรวม
คุณธรรมสี่ประการนี้ ถ้าแต่ละคนพยายามปลูกฝังและบำรุงให้เจริญงอกงามจะช่วยให้ประเทศชาติบังเกิดความสุข ความร่มเย็นและมีโอกาสที่จะปรับปรุงพัฒนาให้มั่นคงก้าวหน้าต่อไป
พระบรมราโชวาท ในพิธีบรวงสรวงสมเด็จพระบูรพมหากษัตริยาธิราชเจ้า 5 เมษายน 2535
 
แก้ปัญหาด้วยปัญญา
ปัญหาทุกอย่างไม่ว่าเล็กหรือใหญ่ มีทางแก้ไขได้ ถ้ารู้จักคิดให้ดี ปฏิบัติให้ถูก การคิดได้ดีนั้น มิใช่การคิดได้ด้วยลูกคิด หรือด้วยสมองกล เพราะโลกเราในปัจจุบันจะวิวัฒนาการไปมากเพียงใดก็ตาม ก็ยังไมมีเครื่องมืออันวิเศษชนิดใด สามารถขบคิดแก้ไขปัญหาต่างๆได้อย่างสมบูรณ์ การขบคิดวินิจฉัยปัญหา จึงต้องใช้สติปัญญา คือคิดด้วยสติรู้ตัวอยู่เสมอ เพื่อหยุดยั้งและป้องกันความประมาทผิดพลาด และอคติต่างๆมิให้เกิดขึ้น ช่วยให้การใช้ปัญญาพิจารณาปัญหาต่างๆ เป็นไปอย่างเที่ยงตรง ทำให้เห็นเหตุเห็นผลที่เกี่ยวเนื่องกัน เป็นกระบวนการได้กระจ่างชัด ทุกขั้นตอน
พระบรมราโชวาท ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ 1 สิงหาคม 2539



นี่แหละ พระบรมราโชวาทและพระราชดำรัสส่วนหนึ่งที่ในหลวงทรงประทานให้กับพวกเราชาวไทยทุกคน
 " Long Live The Great King Bhumibol Adulyadej "
“ทรงพระเจริญยิ่งยืนนานองค์ภูมิพลอดุลยเดชมหาราชา